PDPA Thailand | ผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA
Call Us: 02-029-0707
(Mon - Friday) 9.00 - 17.30 น.
Mail us for help:
pdpa@dbcgroup.asia
PDPA Thailand e-Learning
แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/sport/worldcup/2581460
วันนี้เราจะมาเปิดประเด็นถึงเรื่องการถ่ายภาพในสนามกีฬา ซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นกีฬาใด ๆ หรือแม้กระทั่งในที่สาธารณะก็คงหลีกหนีไม่พ้นเรื่องของการถ่ายภาพและวิดีโอเนื่องจากตอนนี้ในประเทศไทยมีการประกาศบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกมาแล้วตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 แต่ก็มีข้อที่ทำให้ถกเถียงเป็นประเด็นอยู่มาก เรื่องของการถ่ายภาพติดบุคคลอื่นในที่สาธารณะว่าสามารถทำได้หรือไม่ ผิด PDPA หรือไม่?
ก่อนอื่นผู้อ่านทุกท่านต้องเข้าใจก่อนว่า พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของทุกคนโดยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นคือข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้ระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นเลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, ข้อมูลทางการเงิน, เชื้อชาติ, ศาสนา, พฤติกรรมทางเพศ, ประวัติอาชญากรรม หรือแม้กระทั้งข้อมูลสุขภาพ แต่การถ่ายภาพหรือวิดีโอของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ในมุมของ PDPA นั้นจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน โดยการถ่ายภาพมีหลายเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาตามแต่ละกรณี
อ้างอิงจากมาตรา 4(1) มีการระบุเอาไว้ว่า “การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น” ดังนั้นในกรณีนี้ เราจึงสรุปได้ว่าสามารถทำได้โดยไม่ผิด PDPA โดยในกรณีนี้จะรวมไปถึงเรื่องการติดกล้องวงจรปิดด้วยเช่นกัน
ในกรณีนี้ขอยกตัวอย่าง อาชีพช่างภาพในสนามกีฬาที่คอยถ่ายภาพและวิดีโอของผู้เล่นในสนามและภาพบรรยากาศโดยรอบ, กรณีที่ช่างภาพถูกจ้างไปถ่ายภาพในงานวิวาห์ หรืองานอื่น ๆ ในที่สาธารณะซึ่งในกรณีนี้จะสามารถอ้างอิงได้จากมาตรา 24(3) ที่ระบุไว้ว่า “เป็นการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น”
ยกตัวอย่าง เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าถ่ายภาพที่เกิดเหตุการปล้นชิงทรัพย์ห้างทอง และมีการบันทึกภาพถ่ายชี้ตัวผู้ก่อเหตุได้ โดยในกรณีจะถือเป็นการปฏิบัติที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายตามมาตรา 24(4) “เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” จึงสามารถกระทำได้โดยไม่ผิด PDPA
กรณีนี้ค่อนข้างมีความชัดเจน โดยเฉพาะวิชาชีพที่จะต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ เช่น อาชีพผู้สื่อข่าวเราจะเห็นได้ว่านักข่าวสามารถถ่ายภาพบุคคลต่าง ๆ ลงหนังสือพิมพ์ได้โดยไม่ผิด PDPA เพราะในกฎหมายตามมาตรา 4(3) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “บุคคลหรือนิติบุคคลใดซึ่งใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมไว้เฉพาะ เพื่อกิจการสื่อมวลชน งานศิลปกรรม หรืองานวรรณกรรมอันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ หรือเป็นประโยชน์สาธารณะสามารถกระทำได้ภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับนี้
We understand the importance of approaching each work integrally and believe in the power of simple.
At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.
