PDPA Thailand | ผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA

Call Us: 02-029-0707

(Mon - Friday) 9.00 - 17.30 น.

Mail us for help:

pdpa@dbcgroup.asia

pdpathailandpdpathailandpdpathailand
ลงโทษปรับ PDPA กกต.
คำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ที่ลงโทษปรับทางปกครองสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากกรณีข้อมูลผู้สมัคร สว. รั่วไหล ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนบทเรียนหลายประการต่อสังคม หน่วยงานรัฐ และองค์กรต่างๆ ดังนี้ครับ:

1. หน่วยงานรัฐ “ต้อง” รับผิดชอบตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด

กรณีนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) บังคับใช้กับทุกองค์กรไม่เว้นแม้แต่ “หน่วยงานของรัฐ” อย่าง กกต. ซึ่งมีสถานะเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”
บทเรียน: แม้จะเป็นหน่วยงานระดับชาติที่มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่หากละเลยมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ก็จะถูกตรวจสอบและลงโทษ “ปรับทางปกครอง” ได้จริง ซึ่งในกรณีนี้ กกต. ถูกสั่งปรับเป็นเงินจำนวน 335,000 บาท

2. การส่งข้อมูลที่มีความเป็นส่วนตัวสูงผ่านแอปพลิเคชันสนทนา (เช่น LINE) มีความเสี่ยงสูง

สาเหตุหลักของข้อมูลรั่วไหลในกรณีนี้เกิดจากการส่งต่อไฟล์รายชื่อที่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เช่น เลขบัตรประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน แต่ไม่มีมาตรการเข้ารหัสหรือป้องกันที่เหมาะสม
บทเรียน: การทำงานผ่าน Social Media โดยไม่มี “มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย” ที่ชัดเจน ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย องค์กรต้องกำหนดแนวปฏิบัติให้ชัดเจนว่าเอกสารใดห้ามส่งผ่านไลน์ หรือต้องมีวิธีส่งที่ปลอดภัยกว่านี้

3. "ความตระหนักรู้" และ "มาตรการที่เป็นลายลักษณ์อักษร" สำคัญกว่าความเข้าใจกันเอง

กกต. ชี้แจงว่ามีการพูดคุยกันในที่ประชุมเรื่องการส่งข้อมูล แต่ “ไม่มีระเบียบปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร” หรือกำหนดมาตรการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรับส่งไฟล์
บทเรียน: การอ้างว่าเจ้าหน้าที่ระมัดระวังกันเอง หรือดำเนินการเพียงเล็กน้อยด้วยตัวเจ้าหน้าที่เอง (Human diligence) นั้นไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็น “มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย” ตามมาตรฐานกฎหมาย องค์กรต้องมีมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และเชิงเทคนิค (Technical Measures) ที่เป็นทางการ

4. กฎเหล็ก 72 ชั่วโมง สำหรับการแจ้งเหตุการละเมิด

ในกรณีนี้ กกต. ทราบเหตุตั้งแต่วันที่ 10-11 มิถุนายน แต่แจ้งเหตุไปยัง สคส. อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนด 72 ชั่วโมง
บทเรียน: เมื่อรู้ว่าข้อมูลรั่วไหล หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลคือต้องแจ้ง สคส. “โดยไม่ชักช้า” ภายใน ๗๒ ชั่วโมง แม้ กกต. จะพยายามแก้ไขหน้างานแล้ว แต่การไม่แจ้งตามเวลาที่กำหนดก็ถือเป็นความผิด ซึ่งในกรณีนี้ กกต. ได้รับโทษเป็นการ “ตักเตือน” สำหรับประเด็นนี้

5. ปัจจัยบรรเทาโทษ: ความร่วมมือและการแก้ไขทันที

แม้จะมีความผิด แต่คณะกรรมการฯ ได้ลดหย่อนโทษปรับให้ โดยพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ
  • บทเรียน: หากเกิดเหตุผิดพลาดขึ้น สิ่งที่ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้คือ:
    1. การระงับยับยั้งเหตุทันทีที่เกิดเรื่อง
    2. การให้ความร่วมมือในการสอบสวนอย่างดี
    3. การยอมรับข้อเท็จจริงและไม่มีเจตนาร้าย (เป็นเพียงความประมาทเลินเล่อไม่ร้ายแรง)
    4. ประวัติการไม่เคยถูกลงโทษมาก่อน

บทสรุปจากกรณีการลงโทษปรับ กกต.

สังคมได้เรียนรู้ว่า “ความสะดวกในการทำงาน (เช่น ใช้ LINE) ต้องไม่แลกมาด้วยความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน” และกฎหมาย PDPA มีผลบังคับใช้จริงจังไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งทุกองค์กรต้องเร่งสร้างมาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการทำงานให้รัดกุมยิ่งขึ้นครับ

We understand the importance of approaching each work integrally and believe in the power of simple.

At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.

Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)
Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)