PDPA Thailand | ผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA
Call Us: 02-029-0707
(Mon - Friday) 9.00 - 17.30 น.
Mail us for help:
pdpa@dbcgroup.asia
PDPA Thailand e-Learning
‘สมาคมการค้า’ นิติบุคคลที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ และการค้าของประเทศ จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจในด้านต่างๆ แต่ไม่ใช่การหาผลกำไร หรือการแบ่งปันรายได้ พร้อมทั้งมีกฎหมายกำกับดูแลเฉพาะรองรับ คือ พระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 ต่อมาได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติสมาคมการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และยังมีมิติที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ กฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 นี้
เพราะภายใต้การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี ‘ข้อมูล’ (Data) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ และการค้ายุคใหม่ แต่การรวบรวม เก็บ ใช้ หรือเปิดเผยก็ควรมีความรอบคอบและระมัดระวัง เนื่องจากองค์กรธุรกิจ วิสาหกิจ ต่างๆ จะต้องมีการดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ในที่นี้ขอยกเคสของ ‘สมาคมการค้า’ นิติบุคคลที่มีกิจกรรมหลายด้านเกี่ยวข้องโดยตรงกับกฎหมาย PDPA เพื่อความเข้าใจอย่างเห็นภาพได้ง่ายขึ้น
สมาคมการค้าตามบทบัญญัติของกฎหมาย PDPA เข้าข่ายเป็น ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยกิจกรรมที่มีการจัดเก็บข้อมูลของสมาคมการค้าที่เห็นได้ชัดเจน คือ การจัดทำ ‘ทะเบียนสมาชิก’ เพื่อเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของสมาคมการค้า และให้ส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกนั้นแก่นายทะเบียน โดยอ้างอิงจาก พ.ร.บ.สมาคมการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 มาตรา 26 ที่ระบุว่า
“ให้สมาคมการค้าจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของสมาคมการค้า และให้ส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกนั้นแก่นายทะเบียนภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต และจดทะเบียนเป็นสมาคมการค้า ทะเบียนสมาชิกนั้นอย่างน้อยให้มีรายการดังต่อไปนี้”
1.ชื่อและสัญชาติของสมาชิก
2.ชื่อที่ใช้ในการประกอบวิสาหกิจและประเภทของวิสาหกิจ
3.ที่ตั้งสำนักงานของสมาชิก
4.วันที่เข้าเป็นสมาชิก
ทว่า เนื้อหาสาระในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้ระบุไว้ในมาตรา 19 ว่า
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะกระทำการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้
ดังนั้น ขั้นตอนในการจัดทำ ‘ทะเบียนสมาชิก’ จะเห็นว่าเป็นทั้งข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม รวมถึงมีการเก็บข้อมูลประเภทอ่อนไหว คือ สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา แต่เป็นการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยต่อนายทะเบียนหรือเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีกฎหมายคุ้มครอง ส่วนนี้จึงถือว่า สมาชิกของสมาคมการค้าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวโดยชอบตามกฎหมาย
**เว้นแต่ สมาคมการค้าจะนำข้อมูลสมาชิกไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากการดำเนินการโดยชอบตามกฎหมาย หรือเพื่อสาธารณะประโยชน์ อาทิ กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการค้าภายในสมาคมฯ หรือ อีเวนท์ที่มุ่งเน้นประโยชน์เฉพาะกลุ่มก็ยังมีความจำเป็นต้องขอความยินยอม (Consent ) จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และต้องทำโดยชัดแจ้ง เช่น จัดทำสัญญาให้เซ็นต์ในรูปแบบหนังสือ หรือทำโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้
รวมทั้งต้องมีการแจ้งถึงวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้อย่างละเอียด และควรจะแยกส่วนจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน เป็นรูปแบบข้อความที่สามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือหลอกลวง
ข้อสำคัญคือ ไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอม เพราะกฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลจะต้องคำนึงถึงความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
สำหรับกิจกรรมของสมาคมการค้ายังมีอีกหลายๆ ด้านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลตามบทบัญญัติในกฎหมาย PDPA เนื่องจากสมาคมการค้าย่อมมีการจัดเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั้งสมาชิก และบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ
** ข้อสังเกต จากกิจกรรมในข้างข้างต้น สมาคมการค้า อาจระบุว่าเป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะที่อาจมีการเก็บ ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้แม้ได้ได้ขอความยินยอม แต่ก็ยังอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าจะต้องจัดทำภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม
คำถาม คือ หากมีการจัดการที่บกพร่องจนนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูล หรือเกิดการละเมิดจะกลายเป็นว่าได้กระทำผิดกฎหมาย PDPA ไปโดยปริยายใช่หรือไม่? ดังนั้น กฎหมาย PDPA ไม่เพียงดูที่ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ยังดูเจตนา และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย เรื่องเหล่านี้จึงเป็นข้อควรระวังสำหรับองค์กรธุรกิจและองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย
ถึงตรงนี้ บางท่านอาจสงสัยว่า ‘สมาคมการค้าที่เป็นต่างชาติ’ หากมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลจะต้องมีการขอความยินยอมตามกฎหมาย PDPA หรือไม่ คำตอบคือ ‘ใช่’ เพราะไม่ว่าจะเป็นสมาคมการค้าสัญชาติไทย หรือต่างชาติ หากมีการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย หรือเปิดเผยตามคำสั่งโดยมีการดำเนินกิจกรรมในประเทศที่ไม่ใช่โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ แม้อยู่นอกประเทศไทยก็ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ด้วยเหตุนี้ แง่มุมของ ‘สมาคมการค้า’ จึงมีอีกหลากหลายประเด็นที่จะต้องทำความเข้าใจเรื่องกฎหมาย PDPA ให้ลึกซึ้ง และมีหลากหลายประเด็นให้ตีความว่าเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมาย PDPA หรือไม่ ดังนั้น คำแนะนำคือ สมาคมการค้าจะต้องมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติอย่างเหมาะสมเพื่อรับมือ เช่น
กระนั้น สิ่งที่เราได้แนะนำและให้ข้อมูลมาในที่นี้ ยังเป็นเพียงหลักการ และทฤษฎีในขั้นต้นเพื่อเป็นแนวทางให้สามารถพิจารณาถึงความเหมาะสม ตามความจำเป็น สำหรับองค์กรธุรกิจต่างๆ สามารถเรียนรู้ เข้าใจ เพราะกฎหมาย PDPA ยังมีอีกหลายแง่มุมให้ศึกษา ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ สมาคมการค้าต่างๆ จึงต้องนำความรู้ที่มีไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับองค์กร
We understand the importance of approaching each work integrally and believe in the power of simple.
At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.
