PDPA Thailand | ผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA

Call Us: 02-029-0707

(Mon - Friday) 9.00 - 17.30 น.

Mail us for help:

pdpa@dbcgroup.asia

pdpathailandpdpathailandpdpathailand

ใครต้องทำ ! บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล (RoPA) ใช่ธุรกิจคุณรึเปล่า ?

ก่อนจะกล่าวถึงว่าใครต้องทำ RoPA หรือบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล ผู้ประกอบการธุรกิจอาจต้องเข้าใจก่อนว่า กฎหมาย PDPA หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 กำหนดสถานะ และบทบาทหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ไว้แตกต่างกัน รวมทั้งกำหนดโทษทางปกครองที่แตกต่างกันในหลายข้อ ดังเช่นตัวอย่างนี้ • ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ปฏิบัติตามมาตรา มาตรา 39 คือ ไม่จัดทำบันทึกรายการการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามรายการที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลกำหนด มีโทษทางปกครองปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท • ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 โดยไม่มีเหตุอันควร คือ ไม่จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มีโทษทางปกครองปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท งงละสิ !!! ไม่ทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า RoPA (Record of Processing Activity) เหมือนกัน แต่บทลงโทษกลับแตกต่างกัน โดยเรื่องนี้เราต้องย้อนกลับไปดูข้อกฎหมายกันอีกซักรอบ กฎหมาย…
Read More

‘ธุรกิจแม่บ้าน’ จะตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และจัดการข้อมูลพนักงาน-ผู้สมัครงานอย่างไร เพื่อไม่ให้ละเมิดกฎหมาย PDPA

‘ธุรกิจแม่บ้าน’ บริการทำความสะอาดและฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในลักษณะเหมาจ่าย ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดความสะดวกและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย จึงเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสอดรับกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคที่ไม่มีเวลาจัดการความสะอาดภายในบ้าน หรือสำนักงาน รวมทั้งช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังพ่วงบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคและบริการซ่อมบำรุงต่างๆ ไว้อย่างครบวงจร กระนั้น บริการดังกล่าวผู้ประกอบการธุรกิจแม่บ้านจะต้องมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานหรือผู้สมัครงาน เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทร ภาพถ่ายเปิดเผยใบหน้า สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ประวัติการทำงาน/ฝึกอบรม บุคคลอ้างอิง และเอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เนื่องจากเป็นมาตรการป้องกันความปลอดภัยของบริษัทในเบื้องต้นให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ และสะดวกใจในการให้บุคคลภายนอกเข้ามาปฏิบัติงานในที่อยู่อาศัยส่วนตัวหรือสำนักงาน แต่ภายใต้ กฎหมาย PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 บัญญัติให้ ‘ข้อมูลส่วนบุคคล’ ที่หมายถึง ข้อมูลใดก็ตามที่สามารถระบุตัวบุคคลทั้งตรงและทางอ้อมเป็นสิทธิที่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งการเก็บ ใช้หรือเปิดเผยจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ ระยะเวลาในการเก็บ และต้องได้รับความยินยอมของเจ้าของข้อมูล รวมทั้งต้องมีมาตรการในการรักษาข้อมูลที่ปลอดภัยเหมาะสมกับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ประวัติอาชญากรรม’ ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) ซึ่งโดยหลักการของกฎหมาย PDPA คือ ‘ห้าม’ ไม่ให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่อาจจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของบุคคลนั้น…
Read More

ส่อง ‘บริษัทมหาชน’ จัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร เพื่อป้องกันการละเมิดกฎหมาย PDPA

ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2565 (ปีที่แล้ว) มีข่าวใหญ่ ข่าวดัง เกี่ยวกับบริษัทด้านธุรกิจสื่อสารรายใหญ่ของไทยถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ กฎหมาย PDPA จะต้องแจ้งเหตุละเมิดภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่ทราบเหตุ ประเด็นนี้ อาจมองได้ว่าธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ ‘บริษัทมหาชน’ ที่มีการเก็บ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก กำลังตกเป็นเป้าโจมตีทางไซเบอร์ และจากสถิติการโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงนับตั้งแต่มีสถานการณ์ COVID-19 มีอัตราการเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ อย่างไรก็ตาม บริษัทมหาชนยังมีอีกหลายประเด็นที่ ‘อ่อนไหว’ ไม่เฉพาะแค่เรื่อง Cyber Security ทำให้ช่วงเวลาที่ผ่านมาธุรกิจต่างๆ ได้มีการจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) รวมถึงมีการประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนส่วนบุคคล (Privacy Notice) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA และถึงแม้จะมีการดำเนินการในข้างต้น แต่ยังมีความเสี่ยงในอีกหลายด้านที่ข้อมูลส่วนบุคคลจะเกิด ‘การรั่วไหล’ อันนำไปสู่การ ‘ละเมิดสิทธิ’ ที่ไม่ใช่เฉพาะข้อมูลลูกค้า เพราะ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบุถึงสิทธิของทุกคนที่จะได้รับความคุ้มครองความเป็นส่วนตัว…
Read More

เช็กให้ชัวร์ บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล (RoPA) ธุรกิจคุณต้องทำหรือไม่?

กฎหมาย PDPA กำหนดให้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) จัดทำ ‘บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล’ หรือ RoPA (Record of Processing Activity) เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสามารถตรวจสอบได้ โดยบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้ 1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม 2. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท 3. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล 4. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล 5. สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น 6. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 7. การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 8. คำอธิบายเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการคุ้มครองข้อมูลตามความเสี่ยงที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้อนุโลมให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลที่เป็นกิจการขนาดเล็ก ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศในกำหนด หรือมีการเก็บข้อมูลเป็นครั้งคราว ซึ่งให้ทำเฉพาะข้อ 7 หรือการปฏิเสธคำขอ และคัดค้านตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ถึงแม้ว่า จะมีการเก็บ รวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หากข้อมูลเหล่านั้นมีความเสี่ยงก็จะเกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จำเป็นต้องทำบันทึกรายการทุกข้อตามที่กฎหมดกำหนด  …
Read More

PDPA กับธุรกิจ ‘คลินิก’ ควรจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างไร ?

คลินิก สถานให้บริการสุขภาพ การดูแลตกแต่ง และการรักษาโรคที่ดำเนินการโดยนิติบุคคล ซึ่งตามข้อบัญญัติของกฎหมาย PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ที่ต้องมีการดำเนินการหลาย ๆ ด้านตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ขณะเดียวกัน คลินิกยังมีจุดที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป (Personal Data) ที่เป็นข้อมูลประวัติส่วนตัวของลูกค้า เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่ ทะเบียนรถ ธุรกรรมการเงิน และมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพ ‘เป็นจำนวนมาก’ ซึ่งตามกฎหมาย การจะเก็บ รวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ก็ต่อเมื่อ ‘ได้รับความยินยอม’ จากเจ้าของข้อมูล เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของบุคคลนั้นได้ง่าย หรือเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยเหตุนี้ การดำเนินกิจการภายใต้กฎหมาย PDPA ของคลินิกจึงมีหลายแง่มุมที่น่าสนใจในการวิเคราะห์เพื่อหาทางออกที่ถูกต้อง ภายใต้ในการดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมายฉบับใหม่ที่ได้บังคับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…
Read More

10 เรื่องน่ารู้ บริษัทรักษาความปลอดภัย หลีกเลี่ยงความเดือดร้อนจากกฎหมาย PDPA

บริษัทรักษาความปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการดำเนินการในลักษณะสุ่มเสี่ยงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งบังคับใช้กฎหมายใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา รูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทรักษาความปลอดภัยมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) และเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยบางอย่าง สามารถนำไปสู่กรณีละเมิดที่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งในลักษณะทางแพ่ง และความผิดทางอาญาได้ ยกตัวอย่างการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของพนักงานภายในบริษัทรักษาความปลอดภัย ได้แก่ ประวัติอาชญากรรม และลายนิ้วมือ แม้กระทั่งการที่บริษัทรักษาความปลอดภัยติดกล้องวงจรปิดในสถานที่ทำงาน หรือสถานที่ส่วนบุคคลของลูกค้าที่ให้บริการด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทรักษาความปลอดภัยยังมีการเก็บและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สาม เช่น ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลลูกค้าที่ให้บริการ หรือการเก็บข้อมูลจากบุคคลที่สามด้วย ซึ่งมีลักษณะเป็นการเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นที่เจ้าของข้อมูลไม่ทราบ ทั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยยังเข้าข่ายธุรกิจที่มีการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก อ้างอิงจากกฎหมาย PDPA ที่ระบุว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีการจัดเก็บข้อมูลทั่วไปที่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูล 50,000 ราย หรือมีข้อมูลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูล 5,000 ราย รวมทั้งการดำเนินการยังเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลคู่ค้า – คู่สัญญา ดังนั้นจะเห็นได้ว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยดำเนินธุรกิจโดยมีรูปแบบที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลในหลากหลายกิจกรรม กระนั้นบริษัทรักษาความปลอดภัยได้รับการจัดตั้งและขออนุญาตดำเนินธุรกิจภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์…
Read More

วิธีจัดการ ‘ธุรกิจสูงวัย’ ไม่ให้ละเมิดข้อมูลลูกค้าตามกฎหมาย PDPA

หลายประเทศทั่วโลกได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ จากข้อมูลสถิติในปีที่ผ่านมาได้ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ประมาณร้อยละ 14 ของปริมาณประชากรทั้งประเทศ หมายถึงประเทศไทยคือหนึ่งในประเทศที่ก้าวสู่สังคมสูงอายุเช่นเดียวกัน ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการผู้สูงอายุเกิดขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ธุรกิจด้านการดูแลรักษาพยาบาล การแพทย์ บ้านพักคนชรา บริการด้านความงาม ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) รวมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งเป็นธุรกิจมาแรง และมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นเพื่อสอดรับกับกระแสเทรนด์โลก ขณะเดียวกัน การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ กฎหมาย PDPA มีผลต่อทุกธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุจะต้องมีมาตรการและความพร้อมสำหรับรับมือ ‘กฎหมายใหม่’ ที่มีความอ่อนไหวและสุ่มเสี่ยงการละเมิดสิทธิได้ง่ายมาก ซึ่งผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับประเด็นหลัก 3 อย่าง ดังนี้ 1. เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ จะต้องขอความยินยอม การเก็บ รวบรวมใช้ หรือเปิดเผยเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งปราศจากฐานทางกฎหมายอื่น หรือการนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการตลาด…
Read More

รวม 7 วิธี จัดการข้อมูลส่วนบุคคลของ ‘คู่ค้า-คู่สัญญา’ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย PDPA

ในการทำธุรกิจหรือธุรกรรมระหว่างองค์กรหรือบริษัท เป็นไปไม่ได้เลยที่จะต้องใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในระหว่างการทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การจัดซื้อจัดจ้าง การทำสัญญา ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าการทำธุรกิจหรือธุรกรรมระหว่างกัน เป็นกิจกรรมที่องค์กรหรือบริษัทดำเนินงานร่วมกันภายใต้สัญญาที่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อมูล “คู่ค้า และคู่สัญญา” ขององค์กรหรือบริษัทที่มีการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบในแน่ใจว่าองค์กรหรือบริษัท ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA แล้วหรือยัง ?   PDPA สำหรับคู่ค้า และคู่สัญญา ต้องดำเนินการอะไรบ้าง? ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) และผู้ประมวลผลข้อมูล (Data Processor) จะต้องขอความยินยอมในการเก็บ รวบรวมใช้ หรือเปิดเผย ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานตามนิยมของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย PDPA ไม่ใช่เพียงแค่ข้อมูลของลูกค้า เจ้าหน้าที่ หรือพนักงานในบริษัทเท่านั้น แต่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า และคู่สัญญาที่บริษัทมีการเก็บใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้าง ‘อ่อนไหวและสุ่มเสี่ยง’ ต่อการละเมิดกฎหมาย PDPA เนื่องจากขาดความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่ดีพอ…
Read More

ค่าปรับ และบทลงโทษ หากละเมิดกฎหมาย PDPA ต้องจ่ายเท่าไหร่? กรณีศึกษาจากต่างประเทศ

สำหรับโทษปรับฐานละเมิดและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับองค์กรธุรกิจทั่วมุมโลกตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา หลังจากการบังคับใช้ General Data Protection Regulation (GDPR) ซึ่งเป็นกฎหมายของสหภาพยุโรปว่าด้วยมาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล และต้นแบบของกฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคลที่ทั่วโลกนำไปปรับใช้ รวมถึง พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของประเทศไทยด้วย ทำให้ธุรกิจหลายแห่งถูกปรับหรือต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน กรณีละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรณีศึกษาตัวอย่าง เช่น Google, Meta (Facebook), British Airways, H&M, Amazon, Apple, Google, Netflix, Spotify และ Marriot Hotels องค์กรเหล่านี้ล้วนเคยเผชิญกับบทลงโทษ หรือบางกิจการก็กำลังเผชิญความกดดันจากระเบียบกฎหมายใหม่นี้อยู่ เนื่องจากระเบียบใหม่มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภค ทำให้การเก็บรวบรวม ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็น ‘ต้นทุนการจัดการ’ เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับที่ค่อนข้างรุนแรง โดยมีกรณีที่เคยเกิดขึ้น ดังนี้   Google โดนผู้ควบคุมข้อมูลของฝรั่งเศส (CNIL) ปรับเงิน 50…
Read More

ไขข้อสงสัย? สถานพยาบาล หน่วยงานสาธารณะสุข เปิดเผย ‘เวชระเบียน’ ผู้ป่วยโควิด-19 ผิดกฎหมาย PDPA หรือไม่?

“เวชระเบียน” เอกสารทางการแพทย์ทุกประเภทที่ใช้บันทึก และเก็บรวบรวมประวัติของผู้ป่วยทั้งประวัติการรักษาที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบัน การแพ้ยา ค่ารักษา ไทม์ไลน์ของผู้ป่วยติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ตลอดจนข้อมูลส่วนตัว ครอบครัว และข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการบันทึกซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย นับเป็นข้อมูลที่สามารถบ่งชี้ตัวบุคคลได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ถือเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) การจะเก็บ รวบรวมใช้ หรือเปิดเผยได้ก็ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอม จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ กฎหมาย PDPA  ยกตัวอย่างกรณีที่เห็นกันบ่อยครั้ง คือการจัดเก็บ รวบรวมและเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไทม์ไลน์ก่อนติดเชื้อ ซึ่งหากตอบแบบกำปั้นทุบดินก็นับว่าผิดกฎหมาย PDPA หากการกระทำดังกล่าวไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลตามสิทธิขั้นพื้นฐานของกฎหมายฉบับนี้   ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่า ‘เวชระเบียน’ ถือเป็นข้อมูลสุขภาพ และเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หากบุคคลหรือนิติบุคคลนำไปเปิดเผยอาจนำไปสู่การละเมิดร้ายแรงทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ เช่น กรณีตัวอย่างการเปิดเผยไทม์ไลน์ หรือประวัติการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ด้วยเหตุนี้สถานพยาบาล โรงงานพยาบาล หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขต่าง ๆ หากจะนำข้อมูลผู้ป่วยไปเก็บรวบรวม หรือประมวลผลจะต้องดำเนินการตาม ฐานความยินยอม ของเจ้าของข้อมูล เนื่องจากข้อมูลสุขภาพไม่อาจจะใช้ฐานสัญญาแบบทั่วไปได้ …
Read More

We understand the importance of approaching each work integrally and believe in the power of simple.

At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.

Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)
Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)