การทำการตลาดส่วนบุคคล VS การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เคยหรือไม่ที่คุณท่องเว็บไซต์ขายของออนไลน์ แล้วทำไมของแต่ละชิ้นที่ขึ้นมานำเสนอคุณในหน้าแรกของเว็บไซต์ช่างแปลกประหลาดและเป็นสินค้าที่คุณไม่เคยนึกจะซื้อมาก่อนเลย อ่าว… เมื่อมาดูที่บัญชีผู้ใช้กลับพบว่าเป็นของเพื่อนที่มายืมเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณใช้เมื่อก่อนหน้านี้นี่เอง คุณจึงจัดการสับเปลี่ยนโดยใช้บัญชีของคุณเอง Log in เข้าไปแทนที่ คราวนี้พบว่าสินค้าที่แนะนำเสนอขายให้กับคุณตรงใจมากขึ้น และทำให้คุณอยากได้สินค้าหลายชิ้น ปรากฎการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาจากการทำการตลาดส่วนบุคคลของเว็บไซต์ดังกล่าวนั่นเอง การทำการตลาดส่วนบุคคล (Personalized Marketing) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า One-to-One Marketing หรือ Individual Marketing เป็นแนวคิดการทำการตลาดยุคดิจิทัล ที่พยายามนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด โดยสินค้าและบริการที่นำเสนอให้กับแต่ละบุคคลไม่จำเป็นต้องเหมือนกันและมีความแตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มที่น่าประทับใจ จากการวิจัยพบว่า นักการตลาดจำนวนมากถึง 98% เห็นด้วยว่าการทำการตลาดส่วนบุคคลมีส่วนช่วยให้การพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้บริโภค และเกือบ 90% กล่าวว่าผู้บริโภคเองก็คาดหวังการได้รับประสบการณ์อย่างเป็นส่วนตัวเช่นเดียวกัน ซึ่งความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริโภคจะกลายเป็นแนวโน้มให้เกิดยอดขายหรือรายได้ของธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นในลำดับถัดไป การทำการตลาดส่วนบุคคลอาจทำผ่านหลายกิจกรรม เช่น การนำเสนอสินค้าหรือบริการแก่บุคคลเป็นหน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ฟังก์ชันแนะนำสินค้าใกล้เคียงกับที่คุณเคยค้นหา การส่งอีเมลเฉพาะบุคคล การสนทนาตอบคำถามและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย การยิงโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย การยิงโฆษณาเพื่อย้ำเตือนกลุ่มบุคคลเดิม (Retargeting) ฯลฯ ซึ่งนักการตลาดจะสามารถทำกิจกรรมข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อให้สามารถตอบโต้ได้ตรงตามความคาดหวังของแต่ละบุคคล โดยใช้เครื่องมืออัตโนมัติเป็นผู้ช่วย การทำการตลาดส่วนบุคคล คือแผนการตลาดทางธุรกิจซึ่งนำเสนอเนื้อหาเฉพาะไปยังแต่ละบุคคล ผ่านการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล…












