PDPA Thailand | ผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA

Call Us: 02-029-0707

(Mon - Friday) 9.00 - 17.30 น.

Mail us for help:

pdpa@dbcgroup.asia

pdpathailandpdpathailandpdpathailand

     พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เป็นกฎหมายที่สร้างความตื่นตัวอย่างมาก โดยหลายๆ องค์กรหันมาศึกษาและพยายามดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อกำหนดของกฎหมายอย่างจริงจัง เพราะกฎหมายได้มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา

     ผู้บริหารขององค์กรในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลก็คงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือที่เรียกอย่างย่อๆ ว่า DPO (Data Protection Officer) มาบ้าง เพราะทั้งใน PDPA และ GDPR ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่แบบของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย ต่างมีบทบัญญัติที่กล่าวถึงความจำเป็นและบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งงานนี้ 

ความสำคัญของ DPO

DPO เป็นตำแหน่งงานใหม่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเป็น “ผู้รับผิดชอบ” เพื่อให้แน่ใจว่าการประมวลผลข้อมูลขององค์กรดำเนินการได้สอดคล้องกับกฎหมายและราบรื่นมากที่สุด และมีหน้าที่ตาม PDPA มาตรา 42 ดังต่อไปนี้

  • ให้คำแนะนำแก่ผู้ควบคุมข้อมูล/ผู้ประมวลผลข้อมูล และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตลอดจนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับอื่น
  • ดูแลการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายคุ้มครองข้อมูลขององค์กร รวมถึงจัดการกิจกรรมคุ้มครองข้อมูลภายในองค์กร 
  • ประสานงานและร่วมมือกับสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) ในกรณีที่มีปัญหาในการประมวลผลข้อมูล
  • บันทึกและเก็บรักษารายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลขององค์กร
  • รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลจากการปฏิบัติหน้าที่
 

ข้อพิจารณาและคุณสมบัติ DPO (กฎหมายยังไม่ได้กำหนด)

      DPO เป็นตำแหน่งงานที่ต้องอาศัยทั้งการศึกษา ประสบการณ์ ตลอดจนมีสายอาชีพ และ/หรือวุฒิบัตรรับรองความสามารถในแขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายการคุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนี้ ดังต่อไปนี้

  • มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะ 

พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในระดับเชี่ยวชาญ

  • จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาความมั่นคงทางสารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาใกล้เคียง หรือจบการศึกษาระดับปริญญาตรี/นิติศาสตร์บัณฑิต และมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวข้องกับด้านความเป็นส่วนตัว การปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมาย ความมั่นคงทางสารสนเทศ การตรวจสอบการดำเนินงาน หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
  • ควรมีประสบการณ์การทำงาน (ประมาณหรือมากกว่า 5 ปี) ในตำแหน่งเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว และ/หรือการจัดการความเสี่ยงของการปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย
  • อาจจำเป็นต้องมีวุฒิบัตรรับรองจาก International Association of Privacy Professionals (IAPP) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความเป็นส่วนตัว/การคุ้มครองข้อมูล/การจัดการความเสี่ยงของข้อมูล ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น CIPP หรือ CIPM ส่วนจะมีวุฒิบัตรใดอีกบ้างที่สามารถใช้เป็นมาตรฐานรับรองความรู้ความสามารถของผู้ที่มีความสามารถเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ จำเป็นต้องรอประกาศจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอีกครั้งหนึ่ง
 

     ตามข้อกำหนดของกฎหมาย DPO อาจจะเป็นบุคลากรในองค์กร หรือบุคลากรภายนอกองค์กรที่เป็น Outsource ก็ย่อมได้ โดยถ้าหากเป็นบุคลากรในองค์กรจะต้องไม่มีอำนาจหน้าที่การทำงานที่ขัดแย้งกับการปฏิบัติหน้าที่เป็น DPO อย่างไรก็ตาม GDPR สนับสนุนให้พยายามแต่งตั้งบุคลากรภายในองค์กรเป็น DPO เนื่องจากบุคคลภายในจะมองเห็นโครงสร้างการไหลเวียนของข้อมูลองค์กรได้อย่างชัดเจน และมักจะเข้าใจความต้องการของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรมากกว่าบุคคลภายนอกนั่นเอง

 

    ดังนั้น DPO หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นตำแหน่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยหลายๆ องค์กรจำเป็นต้องมีตำแหน่งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างราบรื่นและดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในกรณีที่องค์กรของคุณเข้าข่ายต้องมี DPO

หลักสูตรที่ช่วยให้เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของ DPO มากยิ่งขึ้น

อบรมหลักสูตร “DPO in Action : เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภาคปฏิบัติ” ออกแบบมาเฉพาะเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในหลักการ ทฤษฎี กฎหมาย แนวปฏิบัติ และกรณีศึกษา เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 42 พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้อย่างแท้จริง สอนและบรรยายโดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จาก PDPA Thailand

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://direct.thanaponlabs.com/pdpa-dpo-in-action

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั้งสองฉบับ (GDPR มาตรา 37 และ PDPA มาตรา 41) มีบทบัญญัติที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลจะต้องกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประจำ ในกรณีที่:

    • เป็นองค์กรสาธารณะหรือหน่วยงานรัฐตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด ยกเว้นศาลที่ประมวลผลข้อมูลเพื่อดำเนินการตามขอบเขตของอำนาจศาล
    • มีกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลของบุคคลจำนวนมาก ซึ่งต้องมีการสอดส่องดูแล/ตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ (เช่น การติดตามพฤติกรรมบุคคลออนไลน์)
    • มีกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ที่เข้าข่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หรือเป็นข้อมูลที่สัมพันธ์การตัดสินคดีความหรือข้อกล่าวหา
 
 กล่าวอย่างสรุป กฎหมายบัญญัติว่าองค์กรที่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือ องค์กรรัฐ/หน่วยงานสาธารณะ องค์กรที่ประมวลผลข้อมูลของบุคคลจำนวนมากเป็นกิจกรรมหลักที่ต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เช่น โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันบริการขนส่งเดลิเวอรี่ บริษัทจัดหางาน ห้างสรรพสินค้าที่มีระบบสมาชิก บริษัทรักษาความปลอดภัยข้อมูล ฯลฯ และองค์กรที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวเป็นจำนวนมาก เช่น โรงพยาบาล และบริษัทประกันภัย เป็นต้น ไม่ได้มีส่วนที่ระบุถึงขนาดขององค์กรแต่อย่างใด เพียงแต่ scale ของการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากมักเกิดขึ้นภายในองค์ขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรดูแลเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกันนั่นเอง

หากองค์กรของคุณไม่ได้มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสักเท่าไหร่ แม้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องมี DPO

ตัวผู้บริหารเองจะต้องลองประเมินว่าองค์กรของคุณเข้าข่ายตามข้อบัญญัติของกฎหมายข้างต้นหรือไม่ ถ้าใช่ คุณควรต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ถ้าองค์กรของคุณประมวลข้อมูล (ส่วนบุคคล) จำนวนไม่มากนัก ก็ไม่มีความจำเป็นครับ เพียงแต่ต้องดูแลให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นและสอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

คุณสมบัติของคนเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หลังจากที่ประเมินได้แล้วว่า องค์กรของคุณจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ คราวนี้เรามาดูกันที่การสรรหากันดีกว่าครับ ว่าในมุมมองของผู้บริหารหรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลอาวุโส คุณจะมีเกณฑ์การเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติอย่างไรเพื่อมาเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร เพราะหน่วยงานกลางไม่ได้มีการกำหนดคุณสมบัติอย่างเป็นทางการของผู้ที่สามารถดำรงตำแหน่งนี้ได้ออกมา


เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นตำแหน่งงานที่ต้องอาศัยทั้งการศึกษา ประสบการณ์ ตลอดจนมีสายอาชีพ และ/หรือวุฒิบัตรรับรองความสามารถในแขนงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายการคุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนี้ ดังนี้


    • มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ในระดับเชี่ยวชาญ
    • จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาความมั่นคงทางสารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาใกล้เคียง หรือจบการศึกษาระดับปริญญาตรี/นิติศาสตร์บัณฑิต และมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวข้องกับด้านความเป็นส่วนตัว การปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมาย ความมั่นคงทางสารสนเทศ การตรวจสอบการดำเนินงาน หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
    • ควรมีประสบการณ์การทำงาน (มากกว่า 5 ปี) ในตำแหน่งเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว และ/หรือ การจัดการความเสี่ยงของการปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย
    • อาจจำเป็นต้องมีวุฒิบัตรรับรองจาก International Association of Privacy Professionals (IAPP) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความเป็นส่วนตัว/การคุ้มครองข้อมูล/การจัดการความเสี่ยงของข้อมูล ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น CIPP หรือ CIPM ส่วนจะมีวุฒิบัตรใดอีกบ้างที่สามารถใช้เป็นมาตรฐานรับรองความรู้ความสามารถของผู้ที่มีความสามารถเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ จำเป็นต้องรอประกาศจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอีกครั้งหนึ่ง
 

ตามข้อกำหนดของกฎหมาย เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจเป็นบุคลากรในองค์กร หรือบุคลากร Third-Party ภายนอกองค์กรที่เป็น Outsource ก็ย่อมได้ โดยถ้าหากเป็นบุคลากรในองค์กรจะต้องไม่มีอำนาจหน้าที่การทำงานที่ขัดแย้งกับการปฏิบัติหน้าที่เป็น DPO อย่างไรก็ตาม ตามธรรมชาติแล้ว gdpr.eu สนับสนุนให้พยายามแต่งตั้งบุคลากรภายในองค์กรเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากบุคคลนี้เป็นผู้ที่มองเห็นโครงสร้างการไหลเวียนของข้อมูลองค์กรได้อย่างชัดเจน และมักจะเข้าใจความต้องการของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในวงการเฉพาะมากกว่าบุคคลภายนอกนั่นเอง

โดยคุณสมบัติอย่างเป็นทางการของ “เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ยังคงต้องรอคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ของไทย) ประกาศอีกครั้งเช่นกัน ซึ่งน่าจะเป็นในเร็ว ๆ นี้ ก่อน PDPA บังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบอย่างแน่นอน

สรุป เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) เป็นตำแหน่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยหลาย ๆ องค์กรจำเป็นต้องมีตำแหน่งนี้ประจำเพื่อ Facilitate – อำนวยความสะดวกให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างราบรื่นและดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย คุณต้องพิจารณาว่าองค์กรของคุณเข้าข่ายต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ โดยแนะนำให้สรรหาจากบุคลากรภายในองค์กรเพื่อความเข้าใจที่มีต่อ Data Flow และความต้องการขององค์กร

ในมุมกลับกัน ใครอ่านบทความนี้แล้วรู้สึกอยากทำงานเป็น DPO ก็อย่าลืมสำรวจวุฒิของตนเอง ฝึกอบรมหาประสบการณ์ และสอบวุฒิบัตรรับรองความสามารถเตรียมเอาไว้เลย เพราะตำแหน่งนี้มี รายได้เฉลี่ยสูงถึง 130,000+ / เดือน (06/11/2563) เลยทีเดียวครับ!

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กับหลักสูตร Personal Data Protection Certificate: PDPC เนื้อหาครอบคลุม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และแนวทางการปฏิบัติเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากผู้บริหารองค์กรหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเกี่ยวกับด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรท่านใด ได้อ่านบทความเกี่ยวกับ Data Protection Officer ตามข้างต้น และมีความกังวลเกี่ยวกับแนวทางการคุ้มครองข้อมุลส่วนบุคคล หรือการจ้างงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประจำองค์กร บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด (Digital Business Consult: DBC) ยินดีรับให้คำปรึกษา พร้อมบริการอบรมแบบ In-house Training ภายในองค์กรและอบรมออนไลน์หลักสูตร Personal Data Protection Certificate ครบวงจร เพื่อเป็น Solution ให้กับองค์กรที่ต้องการดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย (PDPA)


Our Consultation Service <<< คลิกเพื่อศึกษารายละเอียดบริการที่ปรึกษาด้าน PDPA
PDPA Thailand <<< หรือคลิกเพื่อสอบถามข้อมูลผ่านทาง Facebook Messenger

Leave A Comment

We understand the importance of approaching each work integrally and believe in the power of simple.

At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.

Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)
Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)